lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

ประวัติหลวงปู่จันทร์ วัดซับน้อย ชนแดน

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
1 ปีที่ผ่านมา

จันทร์  ฐิตาจาโร

 

วัดขับน้อยสามัคคีธรรม  อ.ชนแดง จ.เพชรบูรณ์

 

พระเกจิเถราจารย์  ผู้เข้มขลังวิทยาคม

 

สมญา  “พระผู้เฒ่าหลังเขา”

 

ศิษย์พุทธาคม  หลวงพ่อทบ  วันพระพุทธบาทชนแดน

 

อาจารย์วุ่น  ตลับเงิน  ผู้สืบทอดสายวิชา  หลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์  ฯลฯ

 

เดช พระสยาม: ข้อมูล

 

สงวน  สมกาย : เรียบเรียง

 

 

ตอนที่  1

 

                  ภาคเหนือตอนล่าง เมืองโบราณก่อนประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา  พระพุทธมหาธรรมราชา  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  (อุ้มพระดำน้ำ) คู่บ้านคู่เมือง ตำนานขลังพระเครื่องดัง มรดกล้ำค่า พระร่วงเปิดโลก พระซุ้มเรือนแก้ว พระร่มโพธิ์ สืบเนื่องมาถึงพระเกจิคณาจารย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

 

                ปัจจุบัน......พระเกจิดังเมืองเพชรบูรณ์มีอยู่หลายรูป  ตั้งอยู่ในความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอีกรูปหนึ่ง  มาแรงเกินคาดคือ  หลวงปู่จันทร์  ฐิตาจาโร

 

                หลวงปู่จันทร์  ฐิตาจาโร  วัดซับน้อยสามัคคีธรรม  ม. 18  ต.พุทธบาท อ.ชนแดน  จ.  เพชรบูรณ์

 

พระดีพระแท้เพชรแท้เมืองเพชรบูรณ์  ผู้มีวัตรปฏิบัติสมถะ  สันโดษ  มักน้อย  เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม  สมญาพระผู้เฒ่าหลังเขา ศิษย์พุทธาคม  หลวงพ่อทบ  ธม.มปญ.โญ วัดพระพุทธบาทชนแดน  พระมหาเถราจารย์นามอุโฆษที่นักนิยมสะสมพระเครื่องต่างรู้กิตติศัพท์  และวัตถุมงคลทรงคุณค่ามากประสบการณ์  และศิษย์อาจารย์วุ่น  ตลับเงิน  (พี่ชาย)  ฆราวาสจอมขมังเวทสายหลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า  สายหลวงพ่อปาน  วัดบางนมโค  สายหลวงพ่อเดิม  วัดหนองโพ  หลวงพ่อจง  วัดหน้าต่างนอก  หลวงพ่อพ่อพิธ  วัดฆะมัง  หลวงพ่อเขียน  วัดสำนักขุนเณร  หลวงพ่อพวง  วัดน้ำพุ  ที่มากไปด้วยครูบาอาจารย์  วิชาอาคมครบเครื่องครบครันในทุกด้าน มากด้วยศิษยานุทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

 

                ชั่วโมงนี้ชื่อเสียงของหลวงปู่จันทร์  เป็นที่กล่าวขานถึงกันมากในเมืองเพชรบูรณ์  จังหวัดใกล้เคียง และส่วนกลาง  แรงเกินคาด  วัตถุมงคลสุดขลังมากประสบการณ์ปัจจุบันอายุวัฒนมงคล  86 ปี  พระเกจิเถรวุฒาจารย์แห่งเมืองเพชรบูรณ์

 

ประวัติเบื้องต้น

 

                                ชาติภูมิ  นามเดิม จันทร์  ตลับเงิน  ถือกำเนิดเมื่อวันพุธที่ 10  เมษายน  พ.ศ. 2473  ณ  บ้านหนองพง  ต.หนองพะยอม  อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร  เป็นบุตรคนที่  2   ในจำนวนพี่น้อง  5  คน  ของโยมบิดามารดา  นายแก้ว  นางเม้า  ตลับเงิน  ประกอบอาชีพไร่ ทำนาและค้าขาย

 

                  ได้รับการศึกษาเบื้องต้น  จบภาคบังคับแล้วออกมาช่วยเหลือครอบครัว

 

                  อายุ  18  ปี  บิดาได้จัดหาคู่ครองออกเรือนกับหญิงสาว  ชื่อ จำปี  ครั้นต่อมาครอบครัวมีปัญหาอุปสรรคได้แยกทางกับภรรยา  ครองความเป็นโสดตลอดมา

 

                  มีอุปนิสัยใจคอเด็ดเดี่ยว  มุ่งมั่นตั้งใจทำอะไรทำจริง  ทั้งมีความศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนา  ชอบศึกษาตำรับตำราคัมภีร์โบราณ  เมื่อว่างเว้นจากการงาน  มักจะไปอยู่กับพี่ชายคนโต อาจารย์วุ่น  ซึ่งเป็นอาจารย์ไสยเวทย์จอมขมังเวทแห่งบ้านหนองพง  เพื่อช่วยเหลือโรคภัยไข้เจ็บให้ชาวบ้านที่มารับการสงเคราะห์ เช่น  การทำน้ำมนต์ไล่เสนียดจัญไรขับคุณไสย  เป่าลมป่วง  ขจัดไสยดำที่ถูกปล่อยของซึ่งในสมัยนั้นมีอยู่ดาษดื่น บางคนถึงเสียสติเป็นบ้ากลายเป็นปอบไปก็มาก

 

การศึกษาวิชาอาคม

 

                อาจารย์วุ่น  ตลับเงิน  (พี่ชาย ) เป็นศิษย์ที่ศึกษาพุทธาคมมาจากหลวงปู่ศุข  วัดปากคลองมะขามเฒ่า

 

จ.ชัยนาท  สุดยอดพระปรมาจารย์ครบเครื่องเรื่องเวทมนต์  คาถาอาคม  ทั้งตำรับตำรามากมาย  แสดงถึงความรู้กว้างใหญ่ไพศาลเหลือหลาย  มีทั้งศิษย์บรรพชิต และฆราวาสจำนวนมาก  และเป็นพระเกจิระดับประเทศ

 

                นอกจากหลวงปู่ศุขแล้ว อาจารย์วุ่นยังเป็นศิษย์พระเกจิดังยุคนั้นหลายรูป  เช่น  .ธสโร  วัดหนองโพ หลวงพ่อปาน  วัดบางนมโค หลวงพ่อจง  วัดหน้าต่างนอก  หลวงพ่อพิธ  วัดฆะมัง

 

หลวงพ่อเขียน  วัดสำนักขุนเณร  หลวงปู่สี วัดถ้อเขาบุนนาค  เป็นฆราวาสที่มากไปด้วยครูบาอาจารย์  วิชาอาคมเต็มพุง  ไม่ธรรมดา  ได้ใช้วิชาอาคมช่วยเหลือคนที่ถูกคุณไสย ร้องโอยๆ  ต่างนำมารักษากับท่าน ต่อมาได้ถ่ายทอดสรรพวิชาทั้งหมดให้น้องชาย  นายจันทร์  ตลับเงิน  เพื่อสืบทอดสายวิชา  แต่กว่านายจันทร์จะเรียนได้ดีต้องอาศัยความขยันหมั่นเพียร  อดทน  ตั้งใจ ซึ่งอาจารย์วุ่นคอยบังคับใช้ลูกยอกอไผ่ (ตีด้วยไม้ไผ่ )  เล่นเอานายจันทร์หลังลาย ท่านบอกว่า

 

                  ต้องละความเกียจคร้านถึงจะช่วยคนได้  หากเรียนแบบไม่ตั้งใจจะเอาอะไรไปช่วยเขาได้”

 

                อาจารย์วุ่นไม่ธรรมดา  มีวิชาอาคมขลัง  จิตเมตตาช่วยเหลือผู้คนไว้มาก หลวงปู่จันทร์เคยเล่าให้ฟังถึงพี่ชายว่า อาจารย์วุ่นเสกตะกรุดคอไก่  ทำด้วยไม้ไผ่ต้นเอามาลงอักขระยันต์  เสกหัวใจลงไปนำไปคล้องคอไก่ (ไก่ป่าสมัยนั้นมีมากลงมากินข้าวเปลือก  ข้าวโพดของชาวบ้าน)  ชาวบ้านจับเอาไปกินท่านสงสารเพราะมันมีชีวิตจิตใจ  จึงทำตะกรุดไผ่ตันขึ้นมา  แต่ไก่ป่าใช่จะจับกันง่ายๆ  ไม่คุ้นกับคน  ไวอย่างปรอท  กระนั้นท่านจับมันได้โดยใช้วิธีเสกข้าวเปลือก  เมล็ดข้าวโพดโยนให้ไก่ป่ากิน เหมือนโดนมนต์สะกดจับได้สบาย  จากนั้นนำตะกรุดมาผูกไว้ที่คอไก่ป่า (ตะกรุดคอไก่ )

 

                เมื่อไก่ป่าลงมากินพืชผลของของชาวบ้าน  ถูกยิง กลับหายวับไปราวกับผีหลอกกลางวันแสกๆ  ชาวบ้านมารู้ภายหลังว่าอาจารย์วุ่นเสกตะกรุดใส่คอไก่ป่าชาวบ้านจึงศรัทธามาขอตะกรุดไผ่ตัน เพื่อนำไปแขวนคอลูกเล็กเด็กแดง  เด็กบางคนมีนิสัยซุกซนไปเที่ยวเล่นตกน้ำไม่จมปลอดภัย  ทำให้มีชื่อเสียงมาก

 

                ครั้นต่อมา  อาจารย์วุ่นได้ชวนน้องชาย (หลวงปู่จันทร์)    ธม.มปญ.โญ

 

ถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อขอศึกษาวิชาอาคมเพิ่มเติมศึกษาอยู่กับหลวงปู่ทบอยู่ใต้ระยะหนึ่งจนเป็นที่พอใจ  ซึ่งวิชาส่วนใหญ่ที่ได้รับการถ่ายทอดทางด้านเมตตามหานิยมแคล้วคลาด และคงกระพัน

 

                 แล้ว  นายจันทร์รับภาระหน้าที่สืบต่อเป็นหมอกลางบ้านช่วยเหลือชาวบ้านเรื่อยมา ครั้นพอมีเวลาว่างเข้าวัดฟังธรรมไปสนทนากับพระสงฆ์ไปๆ มาๆ วนเวียนระหว่างบ้านกับวัด  ทำให้จิตใจโน้มเอียงไปทางธรรมมากขึ้น  มีความคิดที่อยากจะบวชปฏิบัติธรรมเพื่อสนองพระคุณบิดามารดา  แต่ยังสงสารครอบครัว  หากบวชไปแล้วเกรงว่าน้องๆ และคนในครอบครัวจะลำบาก  เพราะตัวเองรับผิดชอบเสมือนเป็นพี่ชายคนโต จึงระงับความคิดที่จะบวชเอาไว้ชั่วคราวก่อน

 

หมอกลางบ้าน

 

                ชาวบ้านหลายหมู่บ้านที่เดือดร้อนทุกข์ใจ  เจ็บป่วยไม่ค่อยไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่จะมาหาหมอกลางบ้านให้นายจันทร์ช่วยรักษา  ผลการรักษาเป็นที่พอใจ  ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี  ท่านเป็นทั้งหมอยา หมอดู  หมอรักษากันแก้มหากระดอนสะท้อนกลับ ปราบภูตผี  ไล่เสนียดจัญไร  กันต่ำ  แก้มนต์ดำ  ได้ครบถ้วนทีเดียว  ชาวบ้านเรียกกันว่า  พ่อหมอบ้าง  อาจารย์หมอบ้าง สงเคราะห์ทุกคนด้วยเมตตาธรรม  ไม่เรียกร้องเงินทองอะไรมาก  ขอเพียงค่าครู  ค่ายา  ส่วนใครจะทำบุญที่หายจากเจ็บป่วยให้ไปทำบุญที่วัด  ซื้อดิน  อิฐ  หิน  ปูน  ทราย ถวายวัด  เพื่อทำนุบำรุงพระศาสนาตามกำลังศรัทธา  เพียงเท่านี้ท่านพอใจแล้ว

 

                นายจันทร์เคยเล่าว่า  อาจารย์วุ่นเคยสอนเสมอว่า  ครูบาอาจารย์สอนเพื่อมอบของดีให้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  เหตุนี้พี่ชายวางใจจึงถ่ายทอดสรรพวิชาให้หมด  เป็นการสืบทอดวิชาของพระบูรพาจารย์ต่อไป

 

                

 

                จากนั้นไม่นานตัดสินอุปสมบทเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์  เพื่อสนองพระคุณบิดามารดา  ครั้นบวชแล้วชาวบ้านยังมาให้ท่านช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมือนเดิม ยิ่งเพิ่มศรัทธาปสาทะมากขึ้น

 

                ประวัติของหลวงปู่จันทร์  มีเรื่องราวแปลกๆ อีกมาก ประสบการณ์จาริกธุดงค์  วัตถุมงคลเข้มขลังประสบการณ์เข้มข้น  ติดตามกันอีกยาวในฉบับต่อๆ ไป

 

                  บอกกล่าวมายังศิษยานุศิษย์ให้ทราบโดยทั่วกัน 

 

วันที่  10  เมษายน  พ.ศ. 2559  นี้  เป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่จันทร์  ฐิตาจาโร วัดซับน้อยสามัคคีธรรม  อายุวัฒนมงคล 86  ปี  (ย่างขึ้น 87)  คณะศิษยานุศิษย์ได้จัดทำบุญฉลองอายุวัฒนมงคล อุทิศส่วนกุศลให้พระบูรพาจารย์  จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนและคณะศิษย์ทุกคนไปร่วมถวายมุทิตาสักการะแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทิตาคุณโดยพร้อมเพรียงกัน แจกฟรี  วัตถุมงคลแก่ผู้ไปร่วมงานบุญทุกคนโดยทั่วถึงกัน

 

                                สอบถามเพิ่มเติม โทร.093-2476038

 

 

 

 ********************************************************************************************

 

 

 

 

ตอนที่  2

 

                หลังจากอาจารย์วุ่น (พี่ชาย) นำไปถวายตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อทบ  วัดพุทธบาทเขาชนแดนแล้ว  ในพรรษาต่อมาได้ออกจารึกธุดงค์ไปตามสถานที่สัปปายะ ป่าเขาลำเนาไพร  เพื่อสร้างบารมีธรรมบำเพ็ญเพียร ค่ำไหนนอนนั้น  ถือเอาขันติธรรมเป็นอาวุธ  หากได้พบพระดีเกจิขลัง  ขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาวิทยาคม

 

                หลวงปู่จันทร์เคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า ในตอนออกธุดงค์ครั้งแรกได้พำนักที่ถ้ำแห่งหนึ่งได้พบกับพระธุดงค์ (จำชื่อไม่ได้แล้ว) ท่านเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ  ทั้งสวดพระปาติโมกข์ได้คล่องแคล่วแสดงถึงมีความจำเป็นเลิศที่สำคัญเก่งกล้าวิชามูลกัจจายน์และวิปัสสนากรรมฐาน  จึงถวายตัวเป็นศิษย์

 

                พระธุดงค์บอกว่า  ถ้าจะเป็นศิษย์ต้องมีความขยันอดทนหมั่นเพียรและตั้งใจ  แต่ก่อนจะรับเป็นศิษย์ได้มีการทดสอบจิตใจหลายอย่าง  เช่น  มีงูเหลือมตัวขนาดใหญ่แปลกประหลาดมีหงอน  โผล่ขึ้นมาตรงนั้นตรงนี้ภายในถ้ำ  ขณะฝึกกรรมฐานเป็นการทดสอบสภาพจิตใจ  ส่วนเวลาสรงน้ำ  น้ำจะไหลมาจากปากน้ำ  ครั้นเลิกสรงแล้ว  น้ำจะหยุดไหลเอง  จนกระทั่งได้ฝึกกรรมฐานและวิชาอาคมสมความตั้งใจ

 

                จากนั้นได้กราบลาพระธุดงค์จาริกกลับภูมิลำเนา  เมื่อจาริกมาถึงบ้านเกิดแล้ว  มีเหตุให้ต้องลาสิกขา  ต้องกลับมาใช้ชีวิตคฤหัสถ์ครองเรือนอีกครั้ง  ท่านยังนึกเสียดายในชีวิตสมณเพศคิดว่าตัวเองคงหมดบุญวาสนาเสียแล้ว

 

                ในการกลับมาใช้ชีวิตอย่างคฤหัสถ์  ไม่ลืมที่จะใช้ความรู้เดิมบวกกับประสบการณ์คอยช่วยเหลือชาวบ้านตามกำลังจนกว่าจะหมดคำว่า”ห่วง”

 

                ไม่นานนัก  ท่านเกิดเบื่อหน่ายในชีวิตอย่างฆราวาส  คิดจะกลับมาอุปสมบทอีกครั้ง  โดยตั้งใจว่าถ้าได้บวชคราวนี้จะอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาไปตลอดชีวิต  เพื่อเจริญตามรอยครูบาอาจารย์ต่อไป  ก่อนบวชได้ตั้งสัจปณิธานไว้ว่า    ถ้าจะสึก  ขอสึกต่อหน้าไฟ”

 

กลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

 

หลวงปู่จันทร์ได้กลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง  อุปสมบท  ณ  พันธสีมาวัดสว่างเนตร  โดยมี  เป็นอุปชฌาย์    เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระกรรมวาจารย์  ได้รับสมณฉายาว่า (ผู้มีการประพฤติในธรรมอันตั้งมั่นไว้ดีแล้ว)

 

                หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้ออกจาริกธุดงค์อีกครั้ง  จนมาถึงวัดซับน้อยฯ เกิดธรรมสังเวชอย่างมากที่เห็นภาพวัดทรุดโทรมเกือบจะกลายสภาพเป็นวัดร้าง  เหตุนี้จึงตัดสินใจอยู่จำพรรษา  เพื่อต้องการบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่

 

                

 

                วัดซับน้อยฯ  ก่อตั้งขึ้นราว  พ.ศ. 2400  สมัยนั้นเป็นเพียงที่พักสงฆ์  มีพระธุดงค์จาริกมาพักปักกลดเป็นครั้งคราว  เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบ มีถ้ำหลายลูกอยู่ทางด้านหลังวัด  เหมาะแก่การปฏิบัติเป็นอย่างมาก 

 

                ความเป็นมาของวัดซับน้อย  คือ  บริเวณเหนือสำนักสงฆ์มีน้ำตกที่โผล่เหนือแอ่งหินอยู่นิดเดียว  ไหลออกมาที่ละนิด  ชาวบ้านเรียกว่า “”  แต่พอไหลลงมายังสำนักสงฆ์และหมู่บ้านกลับเป็นธารน้ำขนาดใหญ่ใสสะอาด น่าอัศจรรย์ ใช้ดื่มรับประทานได้  จึงเรียกว่า “

 

                บริเวณสำนักสงฆ์มีถ้ำขนาดใหญ่หลายถ้ำ  เช่น  ถ้ำพญานาคราช ชาวบ้านเรียกว่า “  เล่าลือกันมานานว่า เคยมีพระธุดงค์เข้าไปปักกลด และเห็นพญานาค  2  ตนขึ้นมา  ขอฟังธรรม  เมื่อฟังธรรมแล้วก็จากไป  ครั้นจากไปแล้ว  เกิดเหตุประหลาดเป็นหินงอกหินย้อยลงมาลักษณะคล้ายกับพญานาคนอนขนดฟังธรรม  ยังมีให้เห็นถึงทุกวันนี้ อาจไม่สมบูรณ์มากนักเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

 

             

1
แสดงความคิดเห็นที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

ข้อมูล

หน้าที่เข้าชม103,658 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด47,413 ครั้ง
เปิดร้าน1 ก.ค. 2558
ร้านค้าอัพเดท20 ก.ย. 2560

สมัครสมาชิกฟรี

ร้านmanprathai
ร้านmanprathai
www.manprathai.com/
สมัครสมาชิกร้านนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษ

รายการวัตถุมงคล

สมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

ติดต่อเรา

089-8955-697
facebook
Go to Top